
ทำไมมีเงินเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกว่า "รวย" สักที
ลองนึกภาพเพื่อนสองคน
คนแรกเงินเดือนแสนกว่า มีคอนโดเป็นของตัวเอง รถผ่อนหมดแล้ว แต่นอนไม่หลับทุกคืนเพราะกลัวตกงาน กลัวไม่พอใช้ กลัวแก่ตัวไปแล้วไม่มีเงิน
คนที่สองเงินเดือนสามหมื่น อยู่คอนโดเช่า ไม่มีรถ แต่ตื่นมาทุกเช้าด้วยความรู้สึกว่าชีวิตโอเค มีเงินเก็บพอสมควร มีเพื่อนคุยได้ ดูแลสุขภาพตัวเองไหว
ถามว่าใครรวยกว่า หลายคนตอบโดยไม่ต้องคิดว่าคนแรก ตัวเลขในบัญชีมันฟ้องแบบนั้นจริงๆ
แต่ถามว่าใคร “มั่งคั่ง” กว่า คำตอบเริ่มไม่ง่ายแล้ว
เรื่องนี้เราคิดว่าสังคมไทยสับสนกันมานาน สอนกันแต่เรื่องหาเงินให้ได้มาก แต่ไม่มีใครสอนว่ามีเงินแล้วจะใช้ชีวิตให้มั่งคั่งจริงๆ ได้ยังไง
ทำไมคนเงินเยอะถึงยังรู้สึกไม่พอ
ลองสังเกตคนรอบตัวดู บางคนพอมีเงินเก็บถึงจุดหนึ่งก็หยุดกังวล ใช้ชีวิตได้ แต่บางคนไม่ว่ามีเงินเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกไม่พอ ยิ่งมียิ่งกลัวเสีย ยิ่งกลัวก็ยิ่งเก็บ จนลืมไปว่าเงินมันมีไว้ทำไม
ความต่างนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขในบัญชี อยู่ที่มายด์เซ็ตและบุคลิกของแต่ละคนล้วนๆ
คนที่กลัวการสูญเสียเป็นทุนเดิม มักมองเงินเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง ยิ่งเก็บยิ่งอุ่นใจ แต่ถ้าไม่รู้ตัว ก็จะเก็บแบบไม่มีที่สิ้นสุด ไม่กล้าใช้เงินกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงๆ (ใน Enneagram คนแบบนี้มักใกล้เคียงประเภท 6 ที่เน้นความมั่นคงปลอดภัยเป็นหลัก) ส่วนคนที่โฟกัสเป้าหมายและผลลัพธ์ (ใกล้ประเภท 3 หรือสาย T-J ใน MBTI) มักวัดคุณค่าตัวเองจากความสำเร็จและตัวเลข พอตัวเลขไม่โต ก็รู้สึกว่าตัวเองยังไม่พอ ทั้งที่ฐานะการเงินอาจมั่นคงมากแล้ว
เงินในบัญชีเท่ากัน ความรู้สึกมั่งคั่งไม่เท่ากัน เพราะมันผ่านตัวกรองที่เรียกว่าบุคลิกและความกลัวส่วนตัวของแต่ละคนก่อนเสมอ
สูตรการเงินสูตรเดียวใช้กับทุกคนไม่ได้ผลจริงด้วยเหตุนี้ ต้องเข้าใจตัวเองก่อนว่าเป็นคนแบบไหน กลัวอะไร ให้ค่ากับอะไร แล้วค่อยออกแบบวิธีจัดการเงินที่ใช่กับตัวเอง
ความมั่งคั่งแบบใหม่ ยืนด้วย 4 เสา
Wealth Never Die เกิดมาเพื่อพูดเรื่องนี้ เราเชื่อว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงยืนอยู่บน 4 เสา ไม่ใช่เสาเดียวคือเงิน
เสาแรกคือเงิน มีพอใช้ พอเก็บ มีระบบจัดการที่ไม่ทำให้นอนไม่หลับ เสาที่สองคือสุขภาพ เพราะเงินเท่าไหร่ก็ซื้อสุขภาพที่เสียไปแล้วคืนไม่ได้ เสาที่สามคือความสุข ความสัมพันธ์ ความรู้สึกมีความหมายในชีวิต สิ่งที่ตัวเลขในบัญชีไม่เคยวัดได้ และเสาที่สี่คือความรู้และทักษะ สินทรัพย์ที่ไม่มีใครยึดไปจากเราได้ และเป็นสิ่งที่สร้างเงินก้อนใหม่ได้เรื่อยๆ
เสาไหนขาดไปหนึ่งเสา ความมั่งคั่งโดยรวมก็โคลงเคลง ต่อให้เสาเงินสูงแค่ไหนก็ตาม คนเงินเดือนแสนกว่าในเรื่องข้างบนถึงรู้สึกไม่มั่งคั่ง เพราะเสาสุขภาพและความสุขของเขาอาจกำลังสั่นคลอนอยู่ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
สิ่งที่ทำให้แต่ละเสาแข็งหรืออ่อนในแต่ละคน ก็คือบุคลิกและมายด์เซ็ตของเราอีกนั่นแหละ นี่คือเหตุผลที่เราจะพูดเรื่องเงินควบคู่กับจิตวิทยาเสมอ ไม่ใช่แค่สอนสูตรลงทุนหรือสูตรออมเงินแบบเพจการเงินทั่วไป แต่ช่วยให้เข้าใจตัวเองก่อนว่าทำไมถึงใช้เงินแบบที่ใช้ กลัวแบบที่กลัว แล้วค่อยหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ
สิ่งที่คุณจะได้จากที่นี่
เราไม่ใช่เพจที่จะบอกให้คุณ “ลงทุนหุ้นนี้สิ กำลังจะขึ้น” ไม่ใช่สายทำนายตลาด เราพูดเรื่องพื้นฐานที่ยืนได้นานกว่านั้น การวางแผนการเงิน การจัดสรรรายได้ การเข้าใจความเสี่ยง และที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจตัวเองและคนรอบตัวให้มากพอ จะได้ใช้เงินแบบที่ไม่ทำร้ายตัวเองและไม่ทำร้ายความสัมพันธ์
ลองทำตอนนี้
ก่อนอ่านบทความต่อไปของเรา ลองใช้เวลา 2 นาทีถามตัวเองตรงๆ ว่าใน 4 เสานี้ เสาไหนของคุณแข็งแรงที่สุด แล้วเสาไหนที่คุณแอบรู้ตัวอยู่ว่ากำลังสั่นคลอน
ไม่ต้องรีบแก้ แค่รู้ตัวก่อนว่าเสาไหนอ่อน ก็ดีกว่าการนับแต่ตัวเลขในบัญชีธนาคารอย่างเดียวแล้ว
ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ใช่แค่มีเงินเยอะ แต่คือมีทั้ง 4 เสายืนด้วยกันอย่างมั่นคง นั่นแหละคือสิ่งที่ไม่มีวันตาย